Insight · TH

เจาะลึกอนาคตแฟชั่น 2026: เมื่อ “คุณค่าและงานฝีมือ” คือทางรอดท่ามกลางสมรภูมิ AI และตลาดใหม่

ต่อเนื่องจากบทวิเคราะห์ในตอนที่แล้ว วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาถอดรหัสกันต่อใน Episode ที่ 2 ว่าในปี 2026 ทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังมุ่งหน้าไปทางไหนอย่างแท้จริง

จากรายงาน State of Fashion ฉบับล่าสุด ได้ฉายภาพอุตสาหกรรมที่ดู “มั่นคงและมีความหวัง” มากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะการเติบโตของตลาดศักยภาพใหม่อย่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งในวันนี้ พื้นที่เหล่านี้ไม่ได้มีสถานะเป็นเพียง “ตลาดแห่งอนาคต” อีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็น Strategic Pillars หรือเสาหลักสำคัญของอุตสาหกรรมปัจจุบันในหลายเซ็กเมนต์เรียบร้อยแล้ว

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่องภูมิศาสตร์ (Geography) คือการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานอย่าง “ปรัชญาของการสร้างแบรนด์” ครับ

The Return of Craftsmanship: เมื่อผู้บริโภคฉลาดเลือก ‘คุณค่า’ ต้องมาก่อน ‘ราคา’

ในยุคที่ผู้บริโภคมีความรอบรู้ พิถีพิถัน และช่างเลือกมากขึ้น ผู้นำองค์กรระดับโลกต่างส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันว่า “คุณภาพและงานฝีมือ” (Quality & Craftsmanship) จะกลับมาเป็นตัวชี้วัดชัยชนะทางธุรกิจอีกครั้ง

Andrea Guerra ซีอีโอของ Prada Group ได้กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ BoF ไว้อย่างน่าสนใจว่า แบรนด์แฟชั่นควรโฟกัสที่การ “สร้างแรงบันดาลใจ ยกระดับคุณภาพ และมุ่งมั่นพัฒนาสิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญที่สุด” มากกว่าการผลักภาระด้วยการขึ้นราคาสินค้าโดยปราศจากเหตุผลรองรับ ชัยชนะในอนาคตจึงต้องมาจาก “คุณค่าที่สร้างได้” ไม่ใช่แค่ “ราคาที่ตั้งได้”

สอดคล้องกับมุมมองของ Gstaad Guy ครีเอเตอร์ระดับโลกที่กล่าวเตือนสติแบรนด์ต่าง ๆ ไว้อย่างเฉียบคมว่า

“ผู้บริโภคฉลาดขึ้น แต่สินค้ากลับดูด้อยพัฒนาลง”

นี่ไม่ใช่เพียงคำประชดประชัน แต่เป็นคำเตือนที่ทรงพลังว่า หากผลิตภัณฑ์ไม่มีการพัฒนา ช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่แบรนด์นำเสนอ” กับ “ความคาดหวังของลูกค้า” จะยิ่งขยายกว้างขึ้นจนยากจะแก้ไข

Authentic Influence & Retail Renaissance: ความจริงใจและประสบการณ์ที่สัมผัสได้

ในมิติของการสื่อสารและการตลาด วงสนทนาเรื่อง Influencer Marketing สะท้อนให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการให้ค่ากับ “ความจริงใจ” (Authenticity) มากกว่าคอนเทนต์ที่ถูกแบรนด์ควบคุมจนหมดเสน่ห์ ความน่าเชื่อถือในระยะยาวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแบรนด์ทำงานร่วมกับ Influencer โดย “เคารพในตัวตนของ Talent” ไม่ใช่การกำกับบทบาทจนสูญเสียความเป็นธรรมชาติ

ในฝั่งของธุรกิจค้าปลีก (Retail) ก็มีการปรับตัวที่น่าจับตามองเช่นกัน

  • Jennifer Woo ซีอีโอแห่ง Lane Crawford Joyce Group มองว่า ร้านค้าต้องเปลี่ยนบทบาทให้เป็นเหมือน “บ้าน” ที่ลูกค้าสามารถแวะเวียนมาได้ทุกวัน แบรนด์ต้องเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือ โลกตะวันตกต้องหันมาให้ความสำคัญกับ “พลังแห่งตะวันออก” อย่างจริงจัง ทั้งจากไทย เกาหลี และจีน ที่ทรงอิทธิพลขึ้นเรื่อย ๆ
  • ในขณะที่ Nicolas Houzé จาก Galeries Lafayette ย้ำชัดเจนว่า หมดยุคของรีเทลที่น่าเบื่อหน่ายแล้ว ประสบการณ์หน้าร้านต้องเต็มไปด้วยความตื่นเต้น (Excitement) ความแปลกใหม่ และต้องมีเหตุผลที่ดึงดูดให้ลูกค้าอยากกลับมาเยือนเสมอ

The AI Reality: ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทักษะแห่งความอยู่รอด

สุดท้าย สิ่งที่กลายเป็นฉันทามติ (Consensus) ในทุกวงสนทนา ตั้งแต่มื้อกลางวันไปจนถึงงานเลี้ยงมื้อค่ำ คือเรื่องของ Generative AI

บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดไม่ใช่ความกลัวว่า AI จะมาแย่งงานมนุษย์ แต่คือความจริงใหม่ที่ว่า:

“AI จะไม่มาแทนที่คน แต่ ‘คนที่ใช้ AI เป็น’ จะมาแทนที่ ‘คนที่ไม่ยอมปรับตัว'”

นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็น New Reality ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ งาน VOICES 2025 จึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกเราว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ทักษะต้องคมกริบ งานฝีมือต้องประณีต และความเข้าใจผู้บริโภคต้องลึกซึ้งกว่าเดิม

แบรนด์และบุคลากรที่สามารถผสาน “คุณค่าดั้งเดิม” เข้ากับ “เครื่องมือยุคใหม่” ได้เร็วที่สุด คือผู้ที่จะยืนหยัดอยู่เหนือคลื่นความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ครับ