Insight · TH

Part 1: เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์แรกจาก ‘The State of Fashion 2026’

บทสรุป 10 ธีมสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลกแฟชั่นในปีหน้า ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่าง BoF (The Business of Fashion) และ McKinsey & Company

Part 1: เจาะลึก 5 ยุทธศาสตร์แรกจาก ‘The State of Fashion 2026’ : เมื่ออุตสาหกรรมต้องพลิกโฉมรับความท้าทายใหม่

รายงาน ‘The State of Fashion 2026’ ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ร่วมกันระหว่าง BoF (The Business of Fashion) และ McKinsey & Company ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมบทสรุป 10 ธีมสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของโลกแฟชั่นในปีหน้า

ในปีนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งปัจจัยมหภาคอย่างสงครามการค้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป บทความนี้จะพาท่านไปวิเคราะห์เจาะลึก 5 ธีมแรกที่ผู้ประกอบการและนักการตลาดต้องเตรียมรับมือครับ

จากที่ทีมงานของเรา ได้ไปร่วมงานประชุมผู้นำทางความคิดจากหลากหลายอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมแฟชั่นจากทั่วโลกในงาน BOF Voices 2025 ที่ Soho Farmhouse ประเทศอังกฤษในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

หนึ่งในไฮไลท์ที่มีประจำวันทุกปีคือการวิเคราะห์สถานการณ์อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกในปีถัดไป หรือที่เรียกว่า State of fashion เป็นความร่วมมือระหว่าง Business of Fashion สื่อระดับโลก และ McKinsey ทีมงานเรานำมาสรุปสั้นๆให้อ่าน 10 ธีม โดยเราแบ่งเป็น 2 ตอน

1. Tariff Turbulence: ความผันผวนของมาตรการภาษี

ประเด็นแรกเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยตรง คือ “Tariff Turbulence” หรือความปั่นป่วนทางภาษี โดยเฉพาะนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนสินค้าแฟชั่นพุ่งสูงขึ้นถึง 30-40% และอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าในที่สุด

สถานการณ์นี้บีบให้แบรนด์ระดับโลกต้องเร่งปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้วยการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนเพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ (New Manufacturing Hub) ซึ่งนอกจากจะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการดึงดูดเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเข้ามาสู่ภูมิภาคอีกด้วย

2. Workforce Rewired: การปฏิรูปโครงสร้างแรงงานยุค AI

ธีมที่สอง “Workforce Rewired” สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเทคโนโลยี AI รายงานระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ชั่วโมงการทำงานในยุโรปและสหรัฐฯ ราว 30% อาจถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ

สิ่งที่ผู้นำองค์กรต้องเร่งดำเนินการคือการ Upskilling หรือยกระดับทักษะบุคลากร เปลี่ยนผ่านจากการทำงานรูปแบบเดิม (Manual Tasks) ไปสู่งานที่มีมูลค่าสูง (High-value Tasks) เช่น งานด้านความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้

3. The AI Shopper: ปฏิวัติการซื้อด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ

เข้าสู่ธีมที่สาม “The AI Shopper” ที่กล่าวถึงบทบาทของ AI ในฝั่งผู้บริโภค ช่วงปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Generative AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาและตัดสินใจซื้อสินค้า ส่งผลให้แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์จาก SEO แบบดั้งเดิม สู่ GEO (Generative Engine Optimisation) เพื่อให้ AI สามารถประมวลผลและนำเสนอข้อมูลสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Autonomous AI Shopping Agents หรือตัวแทนการช้อปปิ้งอัตโนมัติ ที่สามารถดำเนินการแทนผู้บริโภคได้ครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสินค้าไปจนถึงการชำระเงิน ดังที่เห็นได้จากความร่วมมือระหว่าง OpenAI กับแพลตฟอร์ม E-commerce ชั้นนำ หรือฟีเจอร์ Buy for Me ของ Amazon

4. Jewellery Sparkles: ทิศทางขาขึ้นของตลาดเครื่องประดับ

ในขณะที่ตลาดสินค้าลักชัวรีในหมวดเครื่องแต่งกายเริ่มชะลอตัว ธีมที่สี่ “Jewellery Sparkles” กลับชี้ให้เห็นศักยภาพของหมวดเครื่องประดับ (Luxury Jewellery) ที่คาดว่าจะมียอดขายต่อหน่วยเติบโตเร็วกว่าสินค้าแฟชั่นทั่วไปถึง 4 เท่า ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากมุมมองของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยมองว่าเครื่องประดับคือ “การลงทุนที่ยั่งยืน” (Investment Asset) ประกอบกับการขยายตัวของเทรนด์เพชรสังเคราะห์ (Lab-grown diamonds), ตลาดเครื่องประดับสำหรับผู้ชาย และสินค้า Unisex ผนวกกับกำลังซื้อจากตลาดเศรษฐกิจใหม่อย่างจีนและอินเดีย ทำให้กลุ่มสินค้านี้กลายเป็นดาวเด่นของอุตสาหกรรม

5. Smart Frames: นวัตกรรมแว่นตาอัจฉริยะ

ปิดท้ายส่วนแรกด้วยธีมที่ห้า “Smart Frames” หรือกรอบแว่นตาอัจฉริยะ ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นนวัตกรรมสำคัญในปี 2025 ด้วยมูลค่าตลาดที่อาจสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030 จากการผสานงานดีไซน์เข้ากับเทคโนโลยี Multi-modal AI

ความสำเร็จของ Ray-Ban Meta ในช่วงที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสินค้ากลุ่ม Wearables กำลังเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี สำหรับแบรนด์แฟชั่น นี่คือโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Unlock Value) ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีในรูปแบบของไลฟ์สไตล์ไอเทมที่ทันสมัย


นี่เป็นเพียงบทวิเคราะห์ 5 ธีมแรกจากรายงาน The State of Fashion 2026 ในส่วนถัดไป เราจะมาวิเคราะห์กันต่อในอีก 5 ธีมที่เหลือ ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสุขภาวะ (Wellbeing), ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความยั่งยืน โปรดติดตามครับ